
และเราก็ได้มาถึงบทความที่สองของ ‘how to’ จาก Whizz Education สำหรับผู้ปกครอง ซึ่งเราช่วยให้คุณสอนทักษะพื้นฐานให้กับลูกๆ เพื่อที่จะเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นนักคณิตศาสตร์ระดับปรมาจารย์!
ทำไมเราจึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรง
รูปทรงมีอยู่ทุกที่ การเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กๆ เข้าใจและจัดระเบียบข้อมูลด้วยภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะในสาขาวิชาสำคัญอื่นๆ เช่น การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่น ขั้นตอนแรกในการทำความเข้าใจกับตัวเลขและตัวอักษรคือการจดจำรูปทรงของตัวเลขและอักษร การเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงจึงช่วยให้เด็กๆ เข้าใจเครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่างๆ

เรขาคณิต คือการเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นผิว รูปทรง และการจัดวางในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะถูกนำเสนอในหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนสำหรับทุกกลุ่มอายุ ความสามารถในการรับรู้และพูดคุยเกี่ยวกับคุณสมบัติของรูปทรง จึงถือเป็นทักษะที่สำคัญที่จำเป็นต้องเรียนรู้
การเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงสามารถปรับปรุงการรับรู้เชิงพื้นที่ของเด็กๆ รวมถึงความสามารถในการอธิบายและเปรียบเทียบวัตถุ การรับรู้ว่าเราสามารถนำวัตถุมาประกอบกันและสามารถเรียงต่อกันให้กลายเป็นลวดลายได้อย่างไร อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถในทักษะการแก้ปัญหา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพื้นฐานของความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม แฟชั่น หรือ วิศวกรรม ในอนาคตของพวกเขา
สองมิติ (2D) และ สามมิติ (3D) คืออะไร
นักเรียนเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของ ‘รูปทรงแบน’ หรือ 2D (หรือสองมิติ) รวมถึงรูปหลายเหลี่ยม ซึ่งเราสามารถวาดรูปทรงเหล่านี้โดยการใช้เส้นตรงบนกระดาษที่มีเพียงสองมิติ ยกตัวอย่างเช่น ความยาวและความกว้าง และนักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงสองมิติที่มีขอบโค้ง เช่น วงกลม ด้วยเช่นกัน
จากนั้น นักเรียนจะเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับ สามมิติ (หรือรูปทรงสามมิติ) ซึ่งรูปทรงสามมิติจะประกอบด้วย ความกว้าง ความยาว และความสูง รูปทรงเหล่านี้เป็นโครงสร้าง ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้หลักทัศนียภาพเท่านั้นในการวาดบนกระดาษ จึงจะสามารถสร้างรูปทรงที่มีความเป็นสามมิติได้

รูปทรงมีคุณสมบัติอย่างไร
คุณสมบัติของรูปทรงขึ้นอยู่กับวิธีที่เรากำหนดและแยกความแตกต่างระหว่างรูปทรงต่างๆ เช่น การแบ่งแยกโดยดูจาก จำนวนด้าน มุม หรือเส้นสมมาตร ที่แต่ละรูปทรงมี ต่อไปนี้คือคำถามบางข้อเกี่ยวกับคุณสมบัติของรูปทรง :
- รูปทรงนี้เป็นรูปทรง 2D หรือ 3D
- ความกว้าง ความยาว (และ ความสูง ถ้ามี) ของรูปทรงนี้เท่ากับเท่าใด
- รูปทรงนี้มีกี่หน้า ด้านเป็น แนวตรง หรือ โค้ง หากรูปทรงนี้เป็นรูปทรง 3D รูปทรงนี้จะมีขอบกี่ขอบ
- รูปทรงนี้มีมุมกี่มุม รูปทรงนี้มีมุมที่เป็น มุมแหลม มุมป้าน หรือ มุมฉาก มุมนี้มีขนาดกี่องศา หากรูปทรงนี้เป็นรูปทรง 3D รูปทรงนี้จะมีจุดยอดกี่จุด
- รูปทรงนี้เป็นรูปทรงที่ มีด้านเท่ากัน หรือ มีด้านไม่เท่ากัน (ความหมาย: ทุกมุมมีขนาดองศาที่เท่ากันและด้านที่ยาวเท่ากันหรือไม่)
- เส้นสมมาตรของรูปทรงอยู่ที่ใด (ความหมาย: ต้องพับหรือตัดที่ตำแหน่งใดของรูปทรง เพื่อสามารถได้สองรูปทรงที่มีหน้าตาเหมือนกัน)
- รูปทรง 3D นี้มีกี่ใบหน้า ? (ความหมาย: คุณสามารถนับพื้นผิวเรียบได้กี่พื้นผิว)
เมื่อสิ้นสุดการเรียนในโรงเรียน เด็กๆ จะต้องสามารถเรียกชื่อและพูดถึงรูปทรงต่อไปนี้ได้:
รูปทรง 2D:

รูปทรง 3D:

กิจกรรมที่บ้าน
การเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงควรเป็นพัฒนาการการเรียนรู้ที่ช้า แต่มั่นคงตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 คุณสามารถช่วยบุตรหลานด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้ เพื่อให้พวกเขาเกิดความมั่นใจในการระบุ เรียกชื่อ และเปรียบเทียบคุณสมบัติของรูปทรงเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น
ในกลุ่มระดับชั้น KS1 เด็กๆ จะได้เรียนรู้ที่จะระบุและเรียกชื่อรูปทรง เพื่อจัดกลุ่มรูปทรงต่างๆ
ในกลุ่มระดับชั้น KS2 นักเรียนจะสามารถเริ่มวาดและเปรียบเทียบรูปทรง โดยพูดถึงคุณสมบัติของแต่ละรูปทรงออกมาดังๆ ได้
และในกลุ่มระดับชั้น KS3 นักเรียนจะฝึกฝนทักษะเหล่านี้ด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นและสามารถพูดถึงคุณสมบัติที่ซับซ้อนมากขึ้นของรูปทรงที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้นด้วย
ในการเริ่มต้น ทำไมไม่ลองเล่นเกม Maths-Whizz ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายต่อไปนี้เกี่ยวกับคุณสมบัติของรูปทรงที่เหมาะกับนักเรียนในชั้น อนุบาล ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 และ ม.1 นี่คือสมุดงาน ‘Making Maths Stick’ สำหรับชั้นอนุบาล 3 ถึง ป.5 ของเรา ซึ่งประกอบด้วยแบบฝึกหัดเกี่ยวกับรูปทรงอีกมากมาย และสุดท้ายนี้ กิจกรรมออนไลน์สนุกๆ จาก Whizz Education ในการทดสอบความรู้เกี่ยวกับรูปทรงสำหรับเด็กโต
ต่อไปนี้คือกิจกรรมสนุกๆ ที่คุณอาจลองนำไปทำร่วมกับบุตรหลานของคุณ:
- ตัดรูปทรงจากกระดาษน้ำตาล หรือ วาดรูปทรงบนกระดาษ จากนั้นนับด้านและมุม (และลองทำโครงสร้างรูปทรง 3 มิติและนับขอบ จุดยอด และใบหน้า)
- ชี้รูปทรงรอบตัวคุณและเรียกชื่อรูปทรงเหล่านั้นร่วมกัน
- ค้นหาของใช้ในครัวเรือนที่มีรูปทรงที่แตกต่างกันและจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ตามคุณสมบัติที่แตกต่างกันของวัตถุแต่ละชิ้น
- พิมพ์รูปภาพและวาดรูปทรงด้านเท่าบนวัตถุต่างๆ ในรูปภาพ (เช่น เราอาจวาดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัสทับหมวกทรงกลม)
- สร้างโปสเตอร์ที่มีรูปทรงและคุณสมบัติทั้งหมดที่คุณรู้จัก (เพิ่มรูปทรงใหม่ๆ ที่รู้จักบนโปสเตอร์เป็นระยะๆ)
- ลองใส่ประโยคเริ่มต้น เช่น ‘ตู้ของเรามีจุดยอดกี่จุด’ ในการสนทนากับลูกของคุณ
การรทำความรู้จักกับคุณสมบัติต่างๆ ของรูปทรงสามารถสร้างความเพลิดเพลินภายในบ้านได้และจะช่วยให้ลูกของคุณมีพัฒนาการและเติบโตได้ในระยะยาว



